pLoy's profile★・:.* ・゚・:゚Once upon a ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 18 วันที่ต้องลาจาก Northfieldคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ Northfield ที่พักแห่งแรกที่อังกฤษ
ห้องตอนนี้คล้ายๆกับห้องตอนที่มาถึงครั้งแรก
กำแพงสีขาวล้วนโล่ง ตู้เย็นว่างเปล่า บอร์ดในห้องมีเพียงใบประกาศจากหอพัก
ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิม... อาจจะมีริ้วรอยเพิ่มเป็นหลักฐานของความเสื่อมสภาพตามกาลเวลา...
ทว่า...ความรู้สึกที่ก้าวเข้าไปในห้องมันไม่เหมือนเดิม...
คืนแรกที่ Northfield เต็มไปด้วยน้ำตากับความเหงา
แต่คืนนี้...คืนสุดท้ายของห้อง 158 Block C ความคิดถึง ความผูกพัน มันลอยอบอวลไปทั้งห้อง
เวลา 51 สัปดาห์ ของห้องนี้.. ที่ๆมีทั้งสุข ทุกข์ หัวเราะ ร้องไห้
ห้องครัวๆเล็กๆที่ถูกใช้เป็นที่ฝึกปรือฝีมือทำอาหาร ห้องน้ำที่ไม่มีฮีตเตอร์...เวลาอาบน้ำหน้าหนาว ต้องทำใจก่อนเปิดประตูออกมาทุกครั้งเลย
เตียงนอนที่มีเจ้าตุ๊กตาคนแคระ (ขโมยมาจากน้องเบ๊ตตี้) มานอนเป็นเพื่อนทุกคืน หลังๆเริ่มมีเจ้าหมีเท็ดดี้แบร์มาอยู่ด้วย
โคมไฟที่เสียบ่อยมาก แต่ก็ทำให้เราใช้คอมได้อย่างไม่ปวดตา และทำให้เราเรียนจบได้ :-)
โซฟา เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า...หน้าต่างห้องที่เปิดออกมาเจอแต่เนินเขา...
ขอบคุณนะที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอดทั้ง 51 สัปดาห์
แล้วจะคิดถึงเธอนะ
Flat 158, Block C, Room A, Northfield
New North Rd. EXETER, DEVON, EX4 4BZ
บ๊ายบาย...
September 16 วันนี้วันนี้...วันที่ส่ง dissertation ไปแล้วเรียบร้อย
วันนี้...วันที่เราได้ชื่อ (อย่างไม่เป็นทางการ) ว่าเป็นบัณฑิตปริญญาโทจบใหม่
วันนี้...วันที่เราอยู่อังกฤษเกือบจะหนึ่งปีแล้ว
วันนี้...วันที่ยุ่งวุ่นวายกับการจัดของส่งกลับไทย
วันนี้...วันที่เหลืออีกไม่กี่วันที่จะได้อยู่ในห้อง Northfield ที่อยู่มาเกือบปี
วันนี้...วันที่เส้นกราฟความรู้สึกของเรามันเบนลง
วันนี้...วันที่เราไม่มีใคร
วันนี้...วันที่ฉันไม่มีเธอมาครบสองปี...
ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเพียงเพื่อนที่เคยอยู่กลุ่มเดียวกัน ได้คุยกันไม่เท่าไหร่
แต่เราก็เคยเรียนด้วยกันมาตั้งหลายคลาส
ทำรายงานด้วยกันก็หลายหน
กินข้าวด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน คุยกัน เล่นด้วยกัน ไปค่ายด้วยกัน
...คืนนี้เมื่อสองปีที่แล้ว...หลับทั้งน้ำตา...และตื่นพร้อมน้ำตา...ด้วยเพราะสมองมันรับรู้ว่า...
เธอจากไปแล้ว....
ยังรักและคิดถึงเสมอ
และก็ยังคิดอยู่เสมอด้วยว่า ทุกอย่าง..มันเหมือนเป็นแค่ความฝัน
ที่เมื่อตื่นขึ้นมาก็เจอเธอยังคงใช้ชีวิตอยู่ในที่ๆเธอรัก ที่ๆเธอใฝ่ฝัน
แล้วเจอกันข้างบนนั้นนะจ๊ะ :-)
August 25 ความสุขของการนอนไม่หลับ ช่วงก่อนหน้านี้โรคนอนไม่หลับกำเริบ พอจะนอนก็ได้แต่กลิ้งตัวไปมาบนเตียงไม่ยอมหลับ กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตั้งหลายชั่วโมง ได้นอนตอนเช้าทุกทีเลย![]() นอนไม่หลับจนทนไม่ไหว ต้องลุกมา search หาข้อมูลแก้โรคนอนไม่หลับจากอากู๋
(google.com)แล้วก็ได้พบว่า โรคนอนไม่หลับ หรือไอ้โรคตาแพนด้า
เนี่ยมันเป็นโรคที่แพร่ระบาดกันจริงๆเลยนะ มีตั้งหลายคนนอนไม่หลับเหมือนเราแต่เราโชคดีที่โรคนอนไม่หลับของเรามันเป็นอาการแค่ temporary เป็นเป็นช่วงๆตามสถานการณ์ชีวิต
![]() ตั้งแต่มาที่อังกฤษ โรคนอนไม่หลับของเรากำเริบมากๆมาสองช่วง
ช่วงแรกคือช่วงที่มาถึงนี่ตอนแรกๆ กับช่วงก่อนหน้านี้ที่เจอมรสุม เกินไปนั่นเองเค้าบอกว่าวิธีแก้ก็ง่ายๆ
แค่คิดให้มันน้อยๆ อย่าคิดมากโธ่เอ๊ยยยย พูดน่ะมันง่าย แต่ทำน่ะมันยากนี่นา
ยิ่งเราเป็นคนคิดมาก ชอบคิดโน่นคิดนี่ คิดเล็กคิดน้อย แล้วยิ่งมาเจอเรื่องที่มันแย่ๆ ใครจะอดไม่คิดไหวล่ะ เฮ้อ....
![]() แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว เพราะเวลามันช่วยเยียวยา... แล้วก็พยายามทำใจ ปลงกับทุกๆสิ่งเจอเรื่องแค่นี้ยังน้อย ต่อไปเราคงจะต้องเจอเรื่องอะไรแย่กว่านี้อีกมากมาย เรื่องนี้น่ะ จิ๊บๆ
![]() แต่การนอนไม่หลับ ก็ทำให้เราเจอสิ่งดีๆเหมือนกันนะหลายตำราบอกว่าให้ดื่มนมอุ่นๆก่อนนอนแล้วจะหลับสบาย
![]() เราก็เลยเอานมไปอุ่นในไมโครเวฟ อุ่นครั้งแรกๆอุ่นนานไปหน่อย นมเดือดปุดๆ เลอะไมโครเวฟหมดเลย
![]() แต่ตอนนี้เชี่ยวละ อุ่นแค่นิดหน่อยพออุ่นก็อร่อยละ
![]() สิ่งดีๆที่ว่าก็คือ นมอุ่นๆ
นี่ล่ะ นมอุ่นๆประมาณนึงจะมีฟองนมอยู่บนผิวหน้าของนม เหมือนฟองเต้าหู้ใช้ช้อนตักกินแล้วอร๊อยอร่อย... มีความสุขจริงๆ
![]() เนี่ยแหล่ะ...ความสุขของการนอนไม่หลับ...แม้แต่เรื่องแย่ๆ มันก็ยังมีเรื่องดีๆเนอะ
![]() มันขึ้นอยู่กับว่า เราเปิดใจ มองเห็นมันรึเปล่า...August 11 ความว่างที่สร้างความสุขเรื่องราวดีๆที่ได้จากฟอเวิดเมล์....
.................................................................................... ความว่างที่สร้างสุข
นักปราชญ์ชาวเอเชียวัยกลางคนหนึ่งเล่าว่า มีชายหนุ่มอยู่คนหนึ่ง แกเป็นคนอัตคัตความสุข พยายามแสวง หาความสุขจากวิธีการต่างๆ แต่แล้วก็ยังรู้สึกว่า ไม่ใช่ความสุขแท้ที่ตัวเองต้องการ
อยู่มา วันหนึ่ง มีผู้แนะนำว่า ถ้าอยากมีความสุขก็ควรจะมีบ้านเป็นของตัวเอง เพราะในบ้านของเรานั้น เราสามารถเป็นเจ้าของทุกอย่างในบ้านโดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยกวนใจ ซ้ำยังมีอิสระที่จะเสกสรรค์ปั้น แต่งหรือจัดบ้านให้เป็นไปตามความต้องการของ ตนเองอย่างไรก็ได้
เขาเชื่อตามที่มีผู้แนะนำ จึงตัดสินใจสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่ง เมื่อแรกสร้างบ้านนั้น บ้านของเขาหลังใหญ่ ทีเดียว พอมีบ้านแล้ว เขามีความสุขมาก เขาเริ่มจัดบ้านตามต้องการ และเริ่มหาข้าวของต่างๆ มาก มาย มากองไว้ในบ้านทีละอย่างสองอย่าง จนกระทั่งวันหนึ่ง ห้องว่างๆ ในบ้านของเขาก็หายไป ทุกพื้นที่ ในบ้านเต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะ มองไปทางไหนก็รกหูรกตา
ทีนี้ชายหนุ่ม เริ่มรู้สึกว่าบ้านของตนเองช่างเป็นสถานที่ที่ไม่น่า อยู่ อากาศก็อุดอู้ เขาเริ่มบ่นกับตัวเองว่า คิดผิดถนัดที่สร้างบ้านขึ้นมา เพราะนึกว่าบ้านจะให้ความสุขได้นานๆ บางวันเขาก็ครุ่นคำนึงว่า น่าจะ สร้างบ้านให้หลังใหญ่กว่านี้ จะได้บรรจุอะไรต่อมิอะไรได้เยอะๆ ตามต้องการ
ขณะที่เขาเริ่มไม่มีความสุขเพราะบ้านกลายเป็นโกดังเก็บ ของนั้นเอง ก็มีนักปราชญ์คนหนึ่งผ่านมาแถวนั้น เขาบ่นดังๆ จนปราชญ์คนนั้นได้ยิน นักปราชญ์หนุ่มจึงแนะนำว่า ถ้าเขาอยากให้บ้านเป็นสถานที่แห่งความ สุข ก็ไม่เห็นจะยากอะไร เพียงแต่ขนข้าวของทั้งหมดออกมาวางข้างนอกบ้านเสียก็หมดเรื่อง
ชาย หนุ่มได้ยินเช่นนั้น รีบทำตามทันที เขาเริ่มขนข้าวของซึ่งโดยมากล้วนเป็นสิ่งซึ่งไม่จำเป็น หากแต่ เขาเก็บเอาไว้เพราะความละโมภมากกว่าออกมาทิ้งนอกบ้าน ขนอยู่สองวัน จนบ้านว่าง โล่ง และดู กว้างขึ้นมาผิดหูผิดตา คราวนี้เขามีความสุขมาก รำพึงกับตัวเองว่า แหม บ้านของฉันช่างกว้างขวาง และน่าอยู่เสียนี่กระไร นักปราชญ์ได้ยินแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม ก่อนจะเปรยขึ้นมาว่า บ้านของเจ้าน่ะ มันกว้าง ขวาง ว่าง โล่ง และน่าอยู่มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เจ้าของหากล่ะที่ทำให้มันไม่น่าอยู่ ด้วยการบรรจุอะไรๆ ที่เกินจำเป็นใส่เข้าไป จนบ้านกลายสภาพเป็นกองขยะดีๆ นี่เอง
ใช่หรือ ไม่ว่า คนส่วนใหญ่ที่กำลังกวาดตามองหาความสุขและพยายามที่จะเติมสิ่งนั้นสิ่งนี้ เข้าไปในชีวิต แต่แล้วก็ยังคงรู้สึก “พร่อง” หรือหมักหมมไปด้วยความทุกข์อยู่เหมือนเดิม ไม่แตกต่างอะไรกับชายเจ้า ของบ้านในนิทานปรัชญาเรื่องนี้
การจัดการ ชีวิตให้มีความสุขนั้น ทางที่ถูก อาจไม่ใช่การใส่อะไรลงไปในชีวิต แต่แท้ที่จริงแล้ว คือการ ถ่ายเท ปล่อยวาง หรือระบายบางสิ่งบางอย่างออกจากชีวิตมากกว่า
ในพุทธศาสนานั้น เราถือกันว่า ความสุขอาจเกิดจากความมี (สามิสสุข) ก็ได้ แต่ที่เหนือกว่านั้น ความ สุขอาจเกิดจากความเป็นอิสระจากความมีก็ได้ด้วย (นิรามิสสุข)
บ้านแห่งชีวิตของเรา เมื่อแรกสร้างก็ดูโปร่ง โล่ง เป็นระเบียบเรียบร้อย สบายหูสบายตา แต่เมื่ออยู่กัน ไป อะไรๆ ก็ชักจะเพิ่มขึ้น และบางทีเพิ่มมากมายจนกลายเป็นปัญหาอันบั่นทอนต่อความสุขในชีวิตคู่
จะดีกว่าไหม หากมีเวลาว่าง คนรักกัน น่าจะลองหาวิธีทำพื้นที่หัวใจให้ว่างด้วยการถอดถอนบางอย่างทิ้ง ออกไป
ขอเพียงเรี ยนรู้ที่จะลดบางอย่างลงไป ความสุขในหัวใจก็คงจะเพิ่มขึ้น
ความสุข บางครั้งอาจไม่ได้ผูกพันอยู่กับความมี แต่บางที.. อาจมาจากความว่าง
August 10 หากว่าเป็นคน...ยืนเงียบๆ
ก็ว่าไม่ดี
ทำโน่น
เค้าก็บอกแรง
ทำนี่
เค้าก็บอกแย่
ทำนั่น
เค้าก็บอกร้าย
ทำแบบนี้
เค้าก็บอกเลว
ทำแบบนั้น
เค้าก็บอกเชิด
ทำแบบโน้น
เค้าก็บอกแร่ด
ทำแบบไหน
เค้าก้อบอกร่าน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หากว่าเราไม่ใช่คน ก็คงไม่รู้สึก
August 07 จุด จุด จุดเมื่อมีการเริ่มต้น ก็ต้องมีการสิ้นสุด จุดเริ่มต้น กับ จุดสิ้นสุด มันก็คือจุดๆเดียวกันนั่นแหล่ะ เหมือนจุดเริ่มของวงกลมหนึ่งวง มันเริ่มต้นด้วยจุดเพียงหนึ่งจุดแล้วลากยาวไปเรื่อยๆ จนมาบรรจบกับจุดเริ่มต้น กลายเป็นวงกลมที่สวยงามรึเปล่าก็ขึ้นอยู่กับคนที่ลากเส้นวงกลมวงนั้น จุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุด มาบรรจบกัน กลายเป็นจุดๆเดียวกัน เส้นวงกลมที่ถูกลาก จะโดนลากไปทับเส้นเดิม หรือสร้างวงกลมวงใหม่ หรือว่าหยุดอยู่ตรงที่จุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุดมาพบกัน.... มันก็เป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา... เส้นวงกลม...มันจะพร้อมใจไปด้วยกันรึเปล่า หรือว่าตัดสินใจที่จะหยุด... หยุดตรงที่จุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุดมาบรรจบกัน
..........................................................................................................................
จุด จุด จุดจุด จุด จุด จุด จุดจุดจุด จุด จุด จุด จุด จุด จุด จุด
................................................
ถ้าเส้นวงกลมของเรา...มันไปด้วยกัน...ก็คงดี...
July 19 When I'm feeling blueWhen I'm feeling blue I want to close my eyes and lay on my bed to get a good sleep... but I just can't
When I'm feeling blue I intentionally hurt some people because I'm so childish and I feel guilty...very badly my tears don't help...
When I'm feeling blue I just want someone to be with me... the one who I can feel that he/she will not leave me...stand by me always can I find one? July 05 only dissertationคะแนนออกมาหมดละ ผ่านหมดทุกตัวเลย ^^
ตอนนี้ก็เหลือแต่ทำ dissertation ละ
ว่างมาตั้งเกือบเดือน แต่ยังไม่ได้เริ่มทำเล้ยยยย
ทำไงดี ฮือๆๆๆ
supervisor ได้ด่าช้านในใจแหงๆว่าไอ้นี่นี่ไม่มีความรับผิดชอบเลย
เฮ้อออ ต้องรีบทำแล้วล่ะ
สู้ๆๆๆ July 02 กล่องมีกล่องอยู่หนึ่งใบ
กล่องใบนั้นว่างเปล่าในตอนแรกที่มันมาถึง
พอเวลาลอยผ่านไปสักพัก
สิ่งอื่นเริ่มรับรู้ถึงการคงอยู่ของกล่องใบนั้น
กล่องใบนั้นค่อยๆถูกเติมลงไป
จนถึงเวลาที่กล่องใบนั้นเต็ม
สิ่งที่กำลังจะถูกเติมลงไป จะต้องไปแทนที่สิ่งที่อยู่ในกล่อง
ซึ่งสิ่งนั้นจะเป็นยังไง...ไม่มีใครตอบได้
แล้วในเมื่อสิ่งที่อยู่ในกล่องใบนั้นเป็นสิ่งดีๆ
มันก็ควรจะถูกเก็บรักษาไว้ดีๆ
ไม่ควรให้อะไรมาแทนที่
จริงมั้ยล่ะ?
กล่องใบนั้นจึงปิดลง
และเก็บสิ่งดีๆในกล่องนั้นไว้
ไม่ให้อะไรมาเปลี่ยนมันไป
...กล่องใบนั้นปิดละ
June 07 วันที่ฝนตกหนักๆในที่สุดก็ผ่านช่วงการส่งงานและการสอบอันโหดร้ายมาละ
ตอนนี้เหลือสอบหนึ่งตัวถ้วน แต่ก็ต้องนั่งงมอยู่กะ textbook ที่อ่านยากชิปเป๋ง เฮ้อออ จะไปรอดมั้ยเนี่ยนะเรา?
แต่ก็ยังมีเรื่องดีอยู่อย่าง คะแนน assignments ที่ส่งไปออกมาละ สองตัวคะแนนดีเกินคาด สงสัยพรที่ขอไว้ก่อนส่งจะได้ผล ฮ่าๆ
วันนี้เบื่อมากมาย ตื่นมาตั้งใจว่าจะไปห้องสมุดซะหน่อย ฝนดันตกแต่เช้า แถมยังตกหนักแบบไม่เคยเจอมาก่อนซะด้วย
ปกติที่นี่จะตกพรำๆแต่ตกทั้งวัน แต่วันนี้ฝนเม็ดใหญ่ แล้วดันตกทั้งวันเหมือนเดิม
ตอนเย็นต้องออกไปกินข้าววันเกิดเพื่อน กำลังเดินไปที่ร้านฝนก็ดันตกหนักขึ้นอีก แถมเจอน้ำกระเซ็นจากรถที่วิ่งมาซะเปียกปอน
เดินไปก็หนาวไป วันนี้ใส่เสื้อ sweater ไปตัวเดียวเพราะนึกว่าจะไม่หนาวเท่าไหร่ ก็เห็นช่วงนี้อากาศร้อนขนาดที่ใส่ชุดแบบอยู่ไทยยังได้
ดันลืมไปว่าฝนตก อากาศก็เย็นขึ้น พระอาทิตย์ก็ส่องมาไม่ถึงพื้น ขากลับเลยต้องเดินแบบสั่นๆกลับบ้าน แงๆ
แย่ชะมัด อ่านหนังสือก็ไม่รู้เรื่อง ฝนก็ตก ออกไปข้างนอกก็เฉอะแฉะ นั่งดู Britain's got talent ไปเป็นสิบรอบแล้วเนี่ย
เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกซะทีค้า????
ป.ล.แอบหนีไปเที่ยวต่างเมืองกะลอนดอนมาล่ะ เอาไว้วันหลังจะมาเล่าให้ฟัง อิอิ April 29 พอแล้ว...เหตุผลที่คนควรอยู่ด้วยกัน...
เพราะคนเราไม่มีใครที่จะสมบูรณ์ไปหมดทุกอย่าง
เราจึงต้องการคนที่จะมาเติมเต็มความรู้สึกของเรา
คอยใส่ใจกันและกัน
แต่ถ้าใครคนที่เข้ามา กลับมาดึงความรู้สึกของเราออกไป
อะไรที่มันเคยอยู่ ก็หายไป
ความรู้สึกที่มันหายไป เกิดความไม่สมดุล
ความเจ็บปวดก็เข้ามาแทนที่
แล้วอย่างนี้ จะทนไปทำไมกัน?
พอแล้วล่ะ April 24 ...หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ... คนที่ชอบดูแล~![]() เวลาคนโน้น คนนี้ คนนั้น เป็นอะไรที เป็นต้องวุ่นวาย
คนที่รู้จักเพียงห่าง ห่าง คนที่อยู่ไกล ไกล คนที่มันไม่มา affect ตัวเองเลยซักกะติ๊ด
เรื่องเล็กเรื่องน้อย ต้องคอยสังเกตสังกา
แล้วก็มานั่งคิด จินตนาการไปเองว่าเค้าจะเศร้ามั้ยน้า
คำพูดคำนึง มันกระทบจิตใจเค้ามากรึเปล่า
การกระทำของใครบางคน มันทำให้เค้ารู้สึกยังไง
แล้วก็ทำตัววุ่นวายกะชีวิตเค้า
คอยดูแลความรู้สึกเค้าซะมากมาย
เวลาที่ได้ดูแลใคร มันรู้สึกดีจริงๆนะ ![]() การที่ได้ทำอะไรให้ใคร แล้วเค้ารู้สึกดีขึ้น ก็พลอยดีตามไปด้วย
เออ ใครมาอ่านก็คงคิดในใจ ไอ้นี่แม่พระเว่อร์ คนอะไรจะเว่อร์ได้ขนาดนี้
ไม่รู้ดิ ก็คงเหมือนเวลาไปทำบุญ ทำบุญเสร็จจิตใจจะผ่องใส
การได้ดูแล ก็เป็นเหมือนกับการทำบุญ เพราะได้ทำให้เค้ารู้สึกดี
แต่เคยมั้ย เวลาที่เราคอยเป็นห่วงเป็นใยใคร แต่เค้าก็ไม่สนใจซักกะนิด ![]() ไอ้เราก็ไม่ได้มากมายว่าจะต้องมาโอ๋มาใส่ใจเรา
แต่อย่างน้อย ฟังเรามั่งก็ได้นะ
คนบางคน คอยมาบ่น คอยมาระบาย แต่เวลาเราพูดเค้ากลับไม่ฟัง
สุดท้าย มันก็วนมาอีหร็อบเดิมๆ เราก็ต้องเหนื่อย repeat สิ่งเดิมๆให้เค้า
มันเหนื่อย มันท้อ รู้มั้ยคะ???
คนที่ชอบดูแล เจอหนักๆมันก็เหนื่อยได้เหมือนกันนะจะบอกให้ แงๆๆๆ![]() ไม่ต้องถึงกับเห็นความสำคัญของเรามากมาย
ขอแค่เลิกแคร์คนที่เค้าไม่ใส่ใจ ไม่สนใจตัวเอง หันมารักตัวเองให้มากขึ้น รู้สึกแย่ให้น้อยลง
แค่นี้ก็พอละ
ทำกันได้มั้ยค้า
![]() ![]() ![]() หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ กันนิดนึงนะคะ
![]() ป.ล.แหะๆ ขอยืมชื่อเอ็มมาเป็นชื่อสเปซล่ะน้าแนน
![]() April 20 night in libraryNow it's 4.30 in the morning
and i'm still in the library...
yeah, i've been here since around 10 pm after the movie
Fast and Furious is so great...p'Win Diesel is so sexy and nice shape ;-P
i've done about 500 words today, 1500 words to go
hrrrrr i hate it!!!
April 12 i smell happiness*![]() ![]() ![]() ![]() เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นคนชอบกลิ่นหอมๆ อะไรหอมๆ
ชอบไปดมน้ำหอม แต่ไม่เคยซื้อเพราะไม่ค่อยได้ใส่น้ำหอมที่นี่เท่าไหร่ ไม่รู้จะใส่ไปให้ใครหอม
![]() กลิ่นโปรดของเราก็เป็นกลิ่นหวานๆ
โลชั่นก็มีเต็มไปหมด พอดมแล้วหอมติดใจก็ซื้อมาซะหมด แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอก ตัวขี้เกียจบนตัวมันขัดขวางวันนี้ก็เพิ่งซื้อสเปรย์ฉีดห้องกลิ่น Magnolia&Cherry Blossom มา อันเก่าเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์ เพื่อนยืมไปยังไม่คืน แล้วเค้าก็ดันกลับเมืองไทยไปซะก่อน
แต่ก็ดี มีเรื่องให้ซื้อกลิ่นใหม่ ช๊อบชอบกลิ่นนี้ล่ะ
กลิ่นเก่าไม่หอมเล้ยย เอาไว้ฉีดไล่กลิ่นเหม็นเวลาทำครัวแค่นั้นเองตอนนี้ก็หาเรื่องซื้อผงซักฟอกใหม่ จะเอาอันที่มีกลิ่นหอมๆผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วย ก็เลยพยายามใช้ผงซักฟอกอันที่มีอยู่ให้หมด
เสื้อผ้าช่วงนี้ก็เลยซักบ่อยหน่อย จากที่แต่เดิมเต็มถุงผ้าทีก็ซักที ตัวขี้เกียจมันชอบมาขัดขวางอีกละ
![]() ![]() อากาศที่นี่กำลังเข้าช่วง summer ไม่หนาวสั่นขนาดตอนปีใหม่ แดดออกทุกวันเลย
ดีใจจังที่นี่ spring ก็เป็น spring จริงๆ
ดอกไม้มาจากไหนไม่รู้ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด สวยมากมาย ไม่รู้ก่อนหน้านี้ต้นมันซ่อนอยู่ตรงไหน พอ spring ปุ๊บดอกโผล่มาปั๊บ ดูสดชื่นมีชีวิตชีวาดี เสียดาย ดอกไม้ไม่ค่อยหอม เดินไปไม่ได้กลิ่นเล้ย แต่ไม่ค่อยชอบฝนที่นี่เท่าไหร่ เพราะเวลาตกมันจะตกปรอยๆไปทั้งวัน ตกในระดับที่ไม่ต้องกางร่มก็ได้ ตกแบบพอให้เรารำคาญฝนที่เมืองไทย ตกทีตกหนัก ตกแล้วหยุด นานๆทีจะตกทั้งวัน
ชอบกลิ่นหลังฝนตก
กลิ่นดินกลิ่นหญ้า โชยมาให้ได้สูดพอชื่นใจ รู้สึกว่ากลิ่นพวกนี้ที่เมืองไทยจะแรงกว่าที่นี่นะ ไม่รู้คิดไปเองป่าว เวลากลางคืนบางคืนมีดาวเยอะแยะเต็มฟ้า เวลาเดินกลับดึกๆหลังจากไปเริงร่าหอคนอื่นมาก็จะชอบมองดูดาวดาวก็ดูไม่ค่อยเป็นกะเค้าหรอกนะ รู้แต่ดาวไถเป็นดาวสามดวงเรียงกัน กับดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในฟ้า
![]() อยากนอนดูดาวจัง แต่ขืนทำงั้นได้หวัดกินซะก่อน ลมที่นี่แร๊งแรง
![]() วันก่อนเรื่องเดิมๆก็มาให้หลอนอีกละ เฮ้อ...ทั้งๆที่ไม่มีอะไรแล้วแท้ๆ หรือว่าเราจะหาเรื่องอยากเสียน้ำตาเองหว่า?? เดี๋ยวไม่อินเทรนด์กะเค้า
ไม่ได้ละ เรื่องอะไรก็ไม่มีให้เศร้า จะอยากเศร้าไปทำไมก๊านนน ประหลาดจริงนะเรา
![]() ชอบชีวิตช่วงนี้จริงๆเล้ย ถ้าไม่ติดว่างานเยอะนะ จะมีความสุขกว่านี้อีก
![]() April 06 สิ่งที่หล่นหายไปเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำบางสิ่งหล่นหายไประหว่างทาง
สิ่งดีๆที่เราไม่เคยสนใจเลย
มันหล่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...
แม้กระทั่งหลังจากที่มันหล่น เราก็เพิ่งมารู้ตัวเอาตอนที่...ถึงจะเดินกลับไปหาก็คงไม่เจอแล้ว...
มันอาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นเรารีบเดินจนเกินไป
ไม่เคยสนใจสิ่งรอบข้าง นอกจากเป้าหมายในใจ
จนละเลยสิ่งดีๆข้างๆตัว...
ทว่า...เราไม่เคยเสียใจเลยนะ ที่สูญเสียมันไป
เพียงแต่ที่รู้สึกเศร้าในตอนนี้ เป็นเพราะว่าเราไม่เคยใส่ใจดูแลมันดีๆอย่างที่มันให้เรา
ถึงจะย้อนเวลากลับไป สิ่งนั้นก็คงจะต้องหล่นหายไปเหมือนเดิม
แต่คราวนี้...เราคงรู้ว่ามันหายไป...ตั้งแต่ตอนที่มันหล่นแล้วล่ะ
กลับไปเมืองไทยคราวนี้ จะไปตามสิ่งดีๆกลับมาละ
แต่ก็ไม่ได้หวังจะให้มันกลับมาเหมือนเดิม
เพียงแต่ให้มันกลับมา...เป็นสิ่งดีๆแบบใหม่
แบบที่มันจะไม่ทำร้ายทั้งเรา และตัวมันเอง...
เฮ้อ...จะตามกลับมาได้มั้ยนะ?
..............................................................
กับคนบางคน
ทำยังไงมันก็เหมือนเดิม
คงเปลี่ยนไปไม่ได้หรอก
เป็นอย่างนี้...ดีที่สุดละ
เฮ้อ....สบายใจ :-)
March 30 เจ้าหมูหูหายวันนี้ทำแม่เหล็กติดตู้เย็นรูปตัวหมู (ล่ะมั้ง) หล่น
เจ้าหมูหูหลุดไปข้างนึง
ก้มลงหาตั้งนานก็หาไม่เจอ
สงสัยว่าต่อแต่นี้ไปเวลาเดินในห้องต้องห้ามลืมใส่รองเท้าแตะ ไม่งั้นเด๋วไปเหยียบเศษหูเจ้าหมู เท้าได้โดนบาดเลือดซิบๆ
เจ้าหมูหูหายไปหนึ่งข้าง
มันจะอยากหาหูข้างใหม่ไหมนะ
หูใหม่เพื่อมาแทนที่หูเก่า
เพียงเพื่อไม่ให้มันเกิดความรู้สึกเหมือนอะไรมันหายไป
หรือว่าเจ้าหมูตามหาหูข้างใหม่
เพื่อจะมาเติมเต็มอะไรบางอย่าง
หูข้างใหม่ที่ไม่ใช่หูข้างเก่า
ไม่ใช่หูที่มาแทนที่ แต่เป็นหูที่มาเติมเต็ม
หรือว่าเจ้าหมูจะปล่อยรอยแตกนั้นไป
รออยู่เฉยๆ จนกว่ารอยแตกมันจะหายคม
แล้วมองหาหูใหม่ มาต่อเติมรอยแตกรอยนั้น
เจ้าหมูจะเลือกทางไหนกัน...
ช่วงนี้ก็ได้แต่คอยระวังเวลาเดินไปในห้องครัว
ต้องเตือนตัวเองให้ใส่รองเท้าเสมอๆ
เวลาเดินก็ต้องคอยก้มมองเรื่อยๆ
เพราะถ้าไม่ระวัง เดินไปเหยียบเศษเจ้าหมู
เท้าคงได้เลือดออกซิบๆ
ไม่อยากโดนบาด ไม่อยากเลือดไหล ไม่อยากเจ็บ
แต่ห้องครัวก็เป็นที่ๆเราต้องเข้าไปทุกวัน
ทั้งๆที่รู้ว่าเสี่ยง
แต่ถ้าเราไม่เดินเข้าไปในครัวก็คงได้อดตาย ไม่มีอะไรกิน T-T
ครั้งหน้าที่เดินเข้าครัว เท้าเราอาจจะโดนบาดจนเลือดออก
หรือว่าเดินผ่านมันได้อย่างสบายๆ แล้วเดินออกมาเพื่อที่จะเดินเข้าไปใหม่ในวันรุ่งขึ้น
สงสัยคงต้องรอจนดูดฝุ่นครั้งหน้า เศษเจ้าหมูถูกเก็บกวาดไปแล้วเรียบร้อย
ถึงจะได้รู้ว่าเท้าของเรามันจะโดนบาด หรือปลอดภัย
อืม...จะดูดฝุ่นห้องอีกทีเมื่อไหร่ดีน้า??
March 19 รึเปล่าวันนี้นั่งปั่นงานวิชา Crisis, Change and Creativity within Organisation
![]() เจอเพลง รึเปล่า ของ Armchair
ที่เคยชอบสมัยก่อน (ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่)นั่งดูเอ็มวีไปแล้วก็อมยิ้มไป
![]() อยากเป็นผู้หญิงที่เซอร์อย่างนางเอกเอ็มวีได้มั่งผู้หญิงที่ใส่แค่เสื้อยืดเลอะๆกับกางเกงยีนส์ธรรมดาแล้วดูดี
แค่เกล้าผม ใส่ต่างหูธรรมดาๆ ก็ดูน่ารัก
ไม่ต้องแต่งหน้าอะไรมากมาย แค่แป้งเด็กกระปุกเดียวก็พอละ
ผู้หญิงที่ธรรมดาๆ สบายๆ
เฮ้อ...แต่ในความเป็นจริง คงต้องไปลดน้ำหนักลงมากมาย ![]() เรื่องในเอ็มวีก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ ผู้ชายคนนึงนั่งรอผู้หญิงทำอาหารให้ ใจก็ลังเลว่าผู้หญิงคนนี้คิดยังไงกับเรากันแน่พี่โย่งน่ารักได้อีก
![]() แต่จะว่าไป...ทำไมผู้ชายมันงี่เง่าขนาดนี้เนี่ย
![]() ผู้หญิงที่ไหนจะมาทำกับข้าวให้ถึงบ้าน ยอมเหนื่อย ยอมทำอะไรที่ตัวเลอะๆขนาดนี้ ถ้าไม่ทำให้คนที่เราชอบกันล่ะ
![]() เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้อีก แย่จริงๆเลย
![]() ![]() อยากมีคนรอกินอาหารของเรามั่งจัง
![]() จะทำให้กินทุกอย่างเล้ยยยย
![]() ![]() เอ็มวีเพลงรึเปล่าค่ะ
March 18 ไม่มีเหตุผลคนเรา...
อยู่ดีๆก็รู้สึกเศร้า
เพราะอะไรก็ไม่รู้
คนอื่นเค้าเป็นกันบ่อยมั้ยนะ
อารมณ์เหงาแบบไม่มีเหตุผล
ไอ้เด็กขี้เหงาเอ๊ยยยยยยยยยยย
หัดอยู่คนเดียวให้ได้เซ่
จะขี้เหงาไปถึงไหนกัน
เดี๋ยวคนอื่นเค้าก็รำคาญกันหมดหรอก
เฮ้อ....
March 10 When Blue Period Visits Me (again)i slept all day...
because i'm sick...
once i woke up, i face reality...
...tons of assignments...
i almost finish one paper, three more awaiting to be dued before Easter break...
what a semester...
i hate when blue period visits me
'cause i feel like i have no aspirations to do anything
...but cry...
Somewhere over the Rainbow
Somewhere over the rainbow
Way up high And the dreams That you've dreamed of Once in a lullaby Somewhere over the rainbow Bluebirds fly And the dreams That you've dreamed of Dreams really do come true Someday I'll wish upon a star And wake up Where the clouds are far Behind me Where troubles melts Like lemon drops Away above the chimney tops That's where you'll find me Somewhere over the rainbow Bluebirds fly And the dreams That you dare to Oh why, oh why can't I? Well, I see Trees of green And red roses too I'll watch them bloom For me and you And I think to myself What a wonderful world Well I see Skies of blues And clouds of white And the brightness of day I like the dark And I think to myself What a wonderful world The colors of the rainbow So pretty in the sky Are also on the faces Of people passing by I see friends shaking hands Saying how do you do They're really saying I I love you I hear babies cry I watch them grow They'll learn much more Than really know And I think to myself What a wonderful world Someday I'll wish upon a star And wake up Where the clouds are far Behind me Where troubles melt Like lemon drops Away above the chimney tops That's where you'll find me Somewhere over the rainbow Way up high, And the dreams That you dare to Oh, why, oh why can't I? at least, i can cry with smile because of this song ;-)
March 01 Simply happy with Simple day~*![]() ![]() ![]() เสาร์อาทิตย์นี้อากาศที่นี่กำลังสบาย ไม่หนาวสั่นเหมือนก่อนหน้านี้ อากาศอุ่นๆแดดอ่อนๆ...เหมือนเมืองไทยหน้าหนาวตอนเช้าตรู่
วันเสาร์ตื่นแต่เช้า (อีกแล้ว) ออกไปในเมืองซื้อของเข้าห้อง
คนเยอะมากเป็นพิเศษไม่เหมือนวันเสาร์วันอื่นๆ ปกติวันเสาร์ในเมืองคนจะเดินกันเยอะอยู่แล้ว แต่เมื่อวานไม่รู้มีอะไรกัน รถติด (แต่ไม่เท่าเมืองไทย) สงสัยต้องมีงานอะไรแน่ๆ
เดินช้อปปิ้งเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ จนบ่ายๆก็โทรไปหากุ๊กเพราะนัดกันว่าจะไปหาที่นั่งอ่านหนังสือกันในเมือง
พอเจอกุ๊ก เราก็ลากกุ๊กไปเดินช้อปปิ้งต่อ ไปเดินตลาดนัดตรงข้าม Poundland ได้พริกหยวกมาหนึ่งถุง ตอนแรกว่าจะลองซื้อ grapefruits มากินดูแต่กุ๊กเบรกไว้ บอกว่าจะกินยังไงยังไม่รู้เลย แถมต้องซื้อทีหกลูกด้วยก็เลยยังไม่ซื้อดีกว่า
ตอนเดินดูของ ขนาดบ่ายแล้วยังไม่ร้อนเลย รู้สึกเหมือนตอนตื่นเช้าๆไปเดินตลาดที่เมืองไทย ไม่รู้ทำไมเราถึงชอบเดินตลาด ทั้งๆที่สุดท้ายแล้วก็มักจะไม่ได้ของอะไรมากมาย ชอบไปเดินดูร้านเล็กร้านน้อย ของกระจุกกระจิก โดยเฉพาะอะไรที่เป็นของพื้นเมือง ของที่ไม่ใช่ของแบรนด์เนมติดป้ายบาร์โค้ด
![]() ![]() ![]() เดินไปเดินมา หันไปเห็นงานอะไรซักอย่างที่เกี่ยวกับ gay, lesbian and bisexual ที่ Grandy Street ก็เลยชวนกันไปดู
เดินตามหาอยู่ตั้งนาน ไปเจอตึกที่มีรูปปั้นแปลกๆ (ที่นี่มีแต่รูปปั้นแปลกๆแฮะ) พอโผล่เข้าไปดูข้างในก็มีนิทรรศการศิลปะกับร้านกาแฟ ท่าทางจะเป็นประมาณพวกหอศิลป์เมืองไทย
กุ๊กพาเดินเข้าตรอกเล็กตรอกน้อย ระหว่างทางมีร้านเล็กๆน่ารักเต็มไปหมด... ตื่นตาตื่นใจมาก อยู่ที่นี่มาตั้งห้าเดือนทำไมเราไม่เคยมาเดินแถวนี้เลยหว่า...
เดินเข้าร้านนึง ขายพวกเสื้อผ้ากับของกระจุกกระจิก ร้านน่ารักมาก เสื้อผ้าที่แขวนเป็นเสื้อผ้าใส่สบายๆ สไตล์เสื้อผ้าเมืองไทยเลย แต่พอดูป้ายราคาแล้วถอยหนี แพงมากมาย
อีกหลายร้านเป็นร้านขายพวกเครื่องประดับหินกับเงิน ดูแล้วคล้ายๆว่าเคยเห็นแถวข้าวสาร เอ...ถ้าเราไปเอาของจากเมืองไทยมาขายที่นี่จะขายออกไหมนะ?
![]() พอออกจากตรอก เราก็ลากกุ๊กเข้า Marks and Spencer ไปซื้อกระทะ ผ้าขนหนู กับ eye liner ในที่สุดก็ได้กระทะใหม่มาผัดข้าวละ เย้ๆเสร็จแล้วก็หาร้านกาแฟนั่งอ่านหนังสือ ก็ได้ร้าน Costa ตรงข้าม Mc เนี่ยแหล่ะ ชั้นสองมีโต๊ะมุมว่างพอดี
กุ๊กสั่ง hot chocolate พร้อมวิปครีมกับ tiramisu cake มา ส่วนเราสั่ง espresso กับวิปครีมแล้วก็ fruit scone มาลองชิม
พลาดแฮะ สั่ง espresso เลยได้มาน้อยมากๆ ส่วนขนมที่นี่ไม่อร่อยเลยซักอย่าง fruit scone ของเราแข็งมาก คิดถึง scone ที่ Topsham สุดๆ
![]() นั่งกินไปอ่านหนังสือไป แต่อ่านได้แป๊บเดียวก็หันมาเม้ากะกุ๊ก เม้าเสร็จอ่านต่อ อ่านสักพักก็เม้า เป็นวัฏจักรไปเรื่อยๆละ ฮ่าๆ สุดท้ายเลยอ่านหนังสือได้ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่เราก็อ่านได้จนจบแฮะ
วันนี้ (วันอาทิตย์) อากาศก็ดีอีกแล้ว แต่เราไม่ได้ออกไปข้างนอก ชื่นชมกับอากาศผ่านหน้าต่างแคบๆสองบานจากห้องแทนแต่รู้สึกสดชื่นดีนะ วันสบายๆ นั่งทำงานไปเรื่อยๆหน้าคอม เบื่อก็พักฟังเพลง ออกไปสูดอากาศข้างหน้าต่าง
เดินซื้อของในร้านธรรมดาๆ นั่งดื่มกาแฟแบบธรรมดาๆ นั่งทำงานในห้องธรรมดาๆ กับอากาศดีๆในวันธรรมดาๆ....
![]() ![]() ![]() มีความสุขจัง
![]() ความสุขแบบธรรมดาๆนี่มันดีจังเลยเนอะ
![]() คุณๆมีความสุขแบบนี้กันบ้างมั้ยคะ
![]() ![]() I'm simply happy with my simple day~*
|
|
|