Profilo di pLoy★・:.* ・゚・:゚Once upon a ...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

pLoy Kampawan

Professione
Località
Interessi
ผู้หญิงธรรมด๊าธรรมดา ชอบยิ้ม ชอบเสียงหัวเราะ ชอบหม่ำจุ๊บุจุ๊บุป๊อกกี้ โคลลอนรสชอกโกแลต ขนมกูลิโกะทั้งหลาย ชอกโกแลต Marks&Spencer เกลียดงู แมงสาบ และสัตว์บางชนิดเข้าไส้ ใครทำดีก็จะดีดี๊ดีตอบ แต่ถ้าใครมาหาเรื่องล่ะก็...คิดผิดคิดใหม่ได้นะเออ!!

Windows Media Player

★・:.* ・゚・:゚Once upon a time・:・゚・:.・*★

..๑۩۩ .. in my fairy tale. . . .. .
18 settembre

วันที่ต้องลาจาก Northfield

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ Northfield ที่พักแห่งแรกที่อังกฤษ
ห้องตอนนี้คล้ายๆกับห้องตอนที่มาถึงครั้งแรก
กำแพงสีขาวล้วนโล่ง ตู้เย็นว่างเปล่า บอร์ดในห้องมีเพียงใบประกาศจากหอพัก
ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิม... อาจจะมีริ้วรอยเพิ่มเป็นหลักฐานของความเสื่อมสภาพตามกาลเวลา...
ทว่า...ความรู้สึกที่ก้าวเข้าไปในห้องมันไม่เหมือนเดิม...
 
คืนแรกที่ Northfield เต็มไปด้วยน้ำตากับความเหงา
แต่คืนนี้...คืนสุดท้ายของห้อง 158 Block C ความคิดถึง ความผูกพัน มันลอยอบอวลไปทั้งห้อง
 
เวลา 51 สัปดาห์ ของห้องนี้.. ที่ๆมีทั้งสุข ทุกข์ หัวเราะ ร้องไห้
ห้องครัวๆเล็กๆที่ถูกใช้เป็นที่ฝึกปรือฝีมือทำอาหาร ห้องน้ำที่ไม่มีฮีตเตอร์...เวลาอาบน้ำหน้าหนาว ต้องทำใจก่อนเปิดประตูออกมาทุกครั้งเลย
เตียงนอนที่มีเจ้าตุ๊กตาคนแคระ (ขโมยมาจากน้องเบ๊ตตี้) มานอนเป็นเพื่อนทุกคืน หลังๆเริ่มมีเจ้าหมีเท็ดดี้แบร์มาอยู่ด้วย
โคมไฟที่เสียบ่อยมาก แต่ก็ทำให้เราใช้คอมได้อย่างไม่ปวดตา และทำให้เราเรียนจบได้ :-)
โซฟา เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า...หน้าต่างห้องที่เปิดออกมาเจอแต่เนินเขา...
 
ขอบคุณนะที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอดทั้ง 51 สัปดาห์
 
แล้วจะคิดถึงเธอนะ
 
Flat 158, Block C, Room A, Northfield
New North Rd. EXETER, DEVON, EX4 4BZ
 
 
บ๊ายบาย...
 
 
16 settembre

วันนี้

วันนี้...วันที่ส่ง dissertation ไปแล้วเรียบร้อย
วันนี้...วันที่เราได้ชื่อ (อย่างไม่เป็นทางการ) ว่าเป็นบัณฑิตปริญญาโทจบใหม่
วันนี้...วันที่เราอยู่อังกฤษเกือบจะหนึ่งปีแล้ว
วันนี้...วันที่ยุ่งวุ่นวายกับการจัดของส่งกลับไทย
วันนี้...วันที่เหลืออีกไม่กี่วันที่จะได้อยู่ในห้อง Northfield ที่อยู่มาเกือบปี
วันนี้...วันที่เส้นกราฟความรู้สึกของเรามันเบนลง
วันนี้...วันที่เราไม่มีใคร
วันนี้...วันที่ฉันไม่มีเธอมาครบสองปี...
 
ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเพียงเพื่อนที่เคยอยู่กลุ่มเดียวกัน ได้คุยกันไม่เท่าไหร่
แต่เราก็เคยเรียนด้วยกันมาตั้งหลายคลาส
ทำรายงานด้วยกันก็หลายหน
กินข้าวด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน คุยกัน เล่นด้วยกัน ไปค่ายด้วยกัน
 

 
...คืนนี้เมื่อสองปีที่แล้ว...หลับทั้งน้ำตา...และตื่นพร้อมน้ำตา...ด้วยเพราะสมองมันรับรู้ว่า...
 
เธอจากไปแล้ว....
 
ยังรักและคิดถึงเสมอ
และก็ยังคิดอยู่เสมอด้วยว่า ทุกอย่าง..มันเหมือนเป็นแค่ความฝัน
ที่เมื่อตื่นขึ้นมาก็เจอเธอยังคงใช้ชีวิตอยู่ในที่ๆเธอรัก ที่ๆเธอใฝ่ฝัน
 
 
แล้วเจอกันข้างบนนั้นนะจ๊ะ :-)
 
 
25 agosto

ความสุขของการนอนไม่หลับ

ช่วงก่อนหน้านี้โรคนอนไม่หลับกำเริบ พอจะนอนก็ได้แต่กลิ้งตัวไปมาบนเตียงไม่ยอมหลับ กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตั้งหลายชั่วโมง ได้นอนตอนเช้าทุกทีเลย
นอนไม่หลับจนทนไม่ไหว ต้องลุกมา search หาข้อมูลแก้โรคนอนไม่หลับจากอากู๋(google.com)
แล้วก็ได้พบว่า โรคนอนไม่หลับ หรือไอ้โรคตาแพนด้าเนี่ยมันเป็นโรคที่แพร่ระบาดกันจริงๆเลยนะ มีตั้งหลายคนนอนไม่หลับเหมือนเรา
แต่เราโชคดีที่โรคนอนไม่หลับของเรามันเป็นอาการแค่ temporary เป็นเป็นช่วงๆตามสถานการณ์ชีวิต
ตั้งแต่มาที่อังกฤษ โรคนอนไม่หลับของเรากำเริบมากๆมาสองช่วง ช่วงแรกคือช่วงที่มาถึงนี่ตอนแรกๆ กับช่วงก่อนหน้านี้ที่เจอมรสุม
สรุปง่ายๆก็คือว่า สาเหตุของโรคนอนไม่หลับของเรามันมาจากภาวะจิตใจที่เครียดเกินไปนั่นเอง
เค้าบอกว่าวิธีแก้ก็ง่ายๆ แค่คิดให้มันน้อยๆ อย่าคิดมาก
โธ่เอ๊ยยยย พูดน่ะมันง่าย แต่ทำน่ะมันยากนี่นา ยิ่งเราเป็นคนคิดมาก ชอบคิดโน่นคิดนี่ คิดเล็กคิดน้อย
แล้วยิ่งมาเจอเรื่องที่มันแย่ๆ ใครจะอดไม่คิดไหวล่ะ เฮ้อ....
แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว เพราะเวลามันช่วยเยียวยา... แล้วก็พยายามทำใจ ปลงกับทุกๆสิ่ง
เจอเรื่องแค่นี้ยังน้อย ต่อไปเราคงจะต้องเจอเรื่องอะไรแย่กว่านี้อีกมากมาย เรื่องนี้น่ะ จิ๊บๆ
 
 
 
แต่การนอนไม่หลับ ก็ทำให้เราเจอสิ่งดีๆเหมือนกันนะ
หลายตำราบอกว่าให้ดื่มนมอุ่นๆก่อนนอนแล้วจะหลับสบาย
เราก็เลยเอานมไปอุ่นในไมโครเวฟ อุ่นครั้งแรกๆอุ่นนานไปหน่อย นมเดือดปุดๆ เลอะไมโครเวฟหมดเลย
แต่ตอนนี้เชี่ยวละ อุ่นแค่นิดหน่อยพออุ่นก็อร่อยละ
สิ่งดีๆที่ว่าก็คือ นมอุ่นๆ นี่ล่ะ นมอุ่นๆประมาณนึงจะมีฟองนมอยู่บนผิวหน้าของนม เหมือนฟองเต้าหู้
ใช้ช้อนตักกินแล้วอร๊อยอร่อย... มีความสุขจริงๆ
 
 
 
เนี่ยแหล่ะ...ความสุขของการนอนไม่หลับ...
 
แม้แต่เรื่องแย่ๆ มันก็ยังมีเรื่องดีๆเนอะ
 
มันขึ้นอยู่กับว่า เราเปิดใจ มองเห็นมันรึเปล่า...
11 agosto

ความว่างที่สร้างความสุข

เรื่องราวดีๆที่ได้จากฟอเวิดเมล์....

 

....................................................................................


ความว่างที่สร้างสุข                                                                                                                                                                       

                                                                      

นักปราชญ์ชาวเอเชียวัยกลางคนหนึ่งเล่าว่า มีชายหนุ่มอยู่คนหนึ่ง แกเป็นคนอัตคัตความสุข พยายามแสวง

หาความสุขจากวิธีการต่างๆ แต่แล้วก็ยังรู้สึกว่า ไม่ใช่ความสุขแท้ที่ตัวเองต้องการ

 

อยู่มา วันหนึ่ง มีผู้แนะนำว่า ถ้าอยากมีความสุขก็ควรจะมีบ้านเป็นของตัวเอง เพราะในบ้านของเรานั้น

เราสามารถเป็นเจ้าของทุกอย่างในบ้านโดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยกวนใจ ซ้ำยังมีอิสระที่จะเสกสรรค์ปั้น

แต่งหรือจัดบ้านให้เป็นไปตามความต้องการของ ตนเองอย่างไรก็ได้

 

เขาเชื่อตามที่มีผู้แนะนำ จึงตัดสินใจสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่ง เมื่อแรกสร้างบ้านนั้น บ้านของเขาหลังใหญ่

ทีเดียว พอมีบ้านแล้ว เขามีความสุขมาก เขาเริ่มจัดบ้านตามต้องการ และเริ่มหาข้าวของต่างๆ มาก

มาย มากองไว้ในบ้านทีละอย่างสองอย่าง จนกระทั่งวันหนึ่ง ห้องว่างๆ ในบ้านของเขาก็หายไป ทุกพื้นที่

ในบ้านเต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะ มองไปทางไหนก็รกหูรกตา

 

ทีนี้ชายหนุ่ม เริ่มรู้สึกว่าบ้านของตนเองช่างเป็นสถานที่ที่ไม่น่า อยู่ อากาศก็อุดอู้ เขาเริ่มบ่นกับตัวเองว่า

คิดผิดถนัดที่สร้างบ้านขึ้นมา เพราะนึกว่าบ้านจะให้ความสุขได้นานๆ บางวันเขาก็ครุ่นคำนึงว่า น่าจะ

สร้างบ้านให้หลังใหญ่กว่านี้ จะได้บรรจุอะไรต่อมิอะไรได้เยอะๆ ตามต้องการ

 

ขณะที่เขาเริ่มไม่มีความสุขเพราะบ้านกลายเป็นโกดังเก็บ ของนั้นเอง ก็มีนักปราชญ์คนหนึ่งผ่านมาแถวนั้น

เขาบ่นดังๆ จนปราชญ์คนนั้นได้ยิน นักปราชญ์หนุ่มจึงแนะนำว่า ถ้าเขาอยากให้บ้านเป็นสถานที่แห่งความ

สุข ก็ไม่เห็นจะยากอะไร เพียงแต่ขนข้าวของทั้งหมดออกมาวางข้างนอกบ้านเสียก็หมดเรื่อง

 

ชาย หนุ่มได้ยินเช่นนั้น รีบทำตามทันที เขาเริ่มขนข้าวของซึ่งโดยมากล้วนเป็นสิ่งซึ่งไม่จำเป็น หากแต่

เขาเก็บเอาไว้เพราะความละโมภมากกว่าออกมาทิ้งนอกบ้าน ขนอยู่สองวัน จนบ้านว่าง โล่ง และดู

กว้างขึ้นมาผิดหูผิดตา คราวนี้เขามีความสุขมาก รำพึงกับตัวเองว่า แหม บ้านของฉันช่างกว้างขวาง

และน่าอยู่เสียนี่กระไร นักปราชญ์ได้ยินแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม ก่อนจะเปรยขึ้นมาว่า บ้านของเจ้าน่ะ มันกว้าง

ขวาง ว่าง โล่ง และน่าอยู่มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เจ้าของหากล่ะที่ทำให้มันไม่น่าอยู่ ด้วยการบรรจุอะไรๆ

ที่เกินจำเป็นใส่เข้าไป จนบ้านกลายสภาพเป็นกองขยะดีๆ นี่เอง

 

ใช่หรือ ไม่ว่า คนส่วนใหญ่ที่กำลังกวาดตามองหาความสุขและพยายามที่จะเติมสิ่งนั้นสิ่งนี้ เข้าไปในชีวิต

แต่แล้วก็ยังคงรู้สึก พร่อง หรือหมักหมมไปด้วยความทุกข์อยู่เหมือนเดิม ไม่แตกต่างอะไรกับชายเจ้า

ของบ้านในนิทานปรัชญาเรื่องนี้

 

การจัดการ ชีวิตให้มีความสุขนั้น ทางที่ถูก อาจไม่ใช่การใส่อะไรลงไปในชีวิต แต่แท้ที่จริงแล้ว คือการ

ถ่ายเท ปล่อยวาง หรือระบายบางสิ่งบางอย่างออกจากชีวิตมากกว่า

 

ในพุทธศาสนานั้น เราถือกันว่า ความสุขอาจเกิดจากความมี (สามิสสุข) ก็ได้ แต่ที่เหนือกว่านั้น ความ

สุขอาจเกิดจากความเป็นอิสระจากความมีก็ได้ด้วย (นิรามิสสุข)

 

บ้านแห่งชีวิตของเรา เมื่อแรกสร้างก็ดูโปร่ง โล่ง เป็นระเบียบเรียบร้อย สบายหูสบายตา แต่เมื่ออยู่กัน

ไป อะไรๆ ก็ชักจะเพิ่มขึ้น และบางทีเพิ่มมากมายจนกลายเป็นปัญหาอันบั่นทอนต่อความสุขในชีวิตคู่

 

จะดีกว่าไหม หากมีเวลาว่าง คนรักกัน น่าจะลองหาวิธีทำพื้นที่หัวใจให้ว่างด้วยการถอดถอนบางอย่างทิ้ง

ออกไป

 

ขอเพียงเรี ยนรู้ที่จะลดบางอย่างลงไป ความสุขในหัวใจก็คงจะเพิ่มขึ้น

 

ความสุข บางครั้งอาจไม่ได้ผูกพันอยู่กับความมี  แต่บางที.. อาจมาจากความว่าง

 

 

 

10 agosto

หากว่าเป็นคน...

ยืนเงียบๆ
ก็ว่าไม่ดี
ทำโน่น
เค้าก็บอกแรง
ทำนี่
เค้าก็บอกแย่
ทำนั่น
เค้าก็บอกร้าย
ทำแบบนี้
เค้าก็บอกเลว
ทำแบบนั้น
เค้าก็บอกเชิด
ทำแบบโน้น
เค้าก็บอกแร่ด
ทำแบบไหน
เค้าก้อบอกร่าน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หากว่าเราไม่ใช่คน ก็คงไม่รู้สึก
 
 
Non sono ancora stati aggiunti contenuti.